เรื่องควรรู้ การกู้ร่วมซื้อบ้าน

"กู้ร่วม" เรื่องต้องรู้ก่อนคิด ซื้อบ้าน-คอนโดฯ ร่วมกัน"


หลายคนที่เจอปัญหา “กู้ไม่ผ่าน” หรือกู้ได้ไม่เต็มวงเงิน พนักงานขายโครงการก็ดี เจ้าหน้าที่แบงก์ก็ดี จะแนะนำให้ “กู้ร่วม” เพื่อกู้ผ่าน แต่สิ่งที่พนักงานขายโครงการ และเจ้าหน้าที่แบงก์ไม่ได้บอกก็คือ ภาระผูกพันของการกู้ร่วมเป็นอย่างไร

แฟนกัน ชาย-หญิง ที่ยังไม่ได้แต่งงาน กู้ร่วมกันเพื่อซื้อที่อยู่อาศัย ปัญหาที่พบเจอมากที่สุด คือ เมื่อต้องเลิกกันเร็วกว่าที่คิดไว้ ชื่อของทั้งคู่ เป็นชื่อที่กู้ร่วมกัน ใครจะเป็นคนผ่อนต่อ ถ้ากรณีที่ ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง มีความสามารถในการผ่อนได้เองคนเดียว และคิดว่าจะกู้คนเดียวผ่าน ก็ไม่เป็นปัญหา สามารถดำเนินการถอนชื่อผู้กู้ร่วมออกได้ (แต่ละแบงก์วิธีการไม่เหมือนกัน บางแบงก์ จะทำคล้ายกับยื่นกู้ใหม่ รีไฟแนนซ์ ยื่นเอกสารใหม่ บางแบงก์จะใช้วิธีให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งที่จะผ่อนต่อ ยื่นเอกสารใหม่) ถ้าความสามารถในการกู้ถึง ก็ไม่เป็นปัญหา

แต่ถ้า ผ่อนคนเดียวไม่ได้ นี่ปัญหาใหญ่ อาจจะต้องขายบ้าน หรือห้องชุดนั้นเลย

กรณีที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งผ่อนไหว กู้ใหม่ได้ไม่เป็นปัญหา แต่อีกฝ่ายไม่ยอมเซ็นถอนชื่อออกให้ นี่ก็เป็นปัญหาใหญ่ เพราะนั่นหมายถึง คนที่ผ่อนไหว จะต้องผ่อนต่อไป โดยที่ชื่อทรัพย์สินยังเป็นชื่อร่วมกัน จะขายต่อ ก็ยาก จะโอนให้ใครก็ยาก เพราะชื่อทรัพย์สินเป็นชื่อของสองคน

กรณีที่ทิ้งทั้งคู่ ถ้าเลือกวิธี ไม่ผ่อนทั้งคู่ แบงก์ก็จะยึดทรัพย์สินนั้น ซึ่งปัจจุบันขั้นตอนเร็วมาก ไม่เหมือนในอดีต ยังใช้เวลาเป็นปี แต่ปัจจุบันใช้เวลาสั้นมาก หากหยุดผ่อนแค่ไม่กี่เดือน บางแบงก์แค่หยุดผ่อน 3 เดือนก็ดำเนินการอายัดทรัพย์สิน เตรียมขายทอดตลาดแล้ว โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมติดรถไฟฟ้า แบงก์จะดำเนินการเร็วมาก เพราะมั่นใจว่าขายทอดตลาดได้แน่นอน ยิ่งดำเนินการเร็ว ยิ่งเป็นผลดี และไม่เพียงแต่ถูกยึดทรัพย์สิน ชื่อคนกู้ร่วมทั้งสองคน ก็ยังติดเครดิตบูโรด้วย ไม่สามารถทำธุรกรรมกู้อะไรใหม่ๆ ได้ จนกว่าจะเคลียร์ปัญหาเดิมจบ

กลุ่มครอบครัว สามีภรรยา ที่แต่งงานแล้ว กู้ร่วมกัน จริงๆ กรณีนี้ ก็มีโอกาสเกิดขึ้นได้คล้ายกับสถานะของคนที่เป็นแฟนกัน แต่ก็เป็นปัญหาที่เกิดได้น้อยกว่ากลุ่มคนที่ยังเป็นเพียงแฟนกันมาก โดยปัญหาการกู้ร่วมส่วนใหญ่ของคนที่เป็นสามีภรรรยากัน ก็คือ ประวัติทางการเงินของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งที่อาจจะไม่สวยมากนัก จะฉุดประวัติทางการเงินของฝ่ายที่ดีกว่า และจะมีผลกับวงเงินในการกู้ร่วม มีโอกาสที่จะกู้ได้น้อยกว่าที่คาดคิดไว้

กู้ร่วมกับญาติ พ่อแม่ พี่น้อง ปัญหาของคนกลุ่มนี้ที่กู้ร่วมกัน มีส่วนหนึ่งที่คล้ายกับกลุ่มคนครอบครัว นั่นคือ ประวัติทางการเงินของคนกู้ร่วมไม่ดีเท่าไหร่ หรือทำงานฟรีแลนช์ หรือทำงานที่มีรายได้ไม่แน่นอน ไม่มีหลักฐานการรับรายได้ที่ชัดเจน ก็มีโอกาสฉุดประวัติทางการเงินของคนกู้หลัก แต่อีกหนึ่งปัญหาคือ ตอนตัดสินใจกู้ร่วม ไม่ได้คิดว่า ในอนาคตจะซื้ออสังหาริมทรัพย์เป็นของตัวเอง โดยเฉพาะกลุ่มพี่น้อง และญาติ ที่วันหนึ่งเกิดต้องแต่งงาน หรือมีเหตุจำเป็นต้องกู้ซื้ออสังหาริมทรัพย์เป็นของตัวเอง ปรากฎว่า ไปกู้ใหม่ยาก หรือได้วงเงินที่ต่ำมาก เพราะติดมีชื่อกู้ร่วมไปแล้ว

กรรมสิทธิ์บ้านของคนกู้ร่วม

อย่าลืมว่า เมื่อกู้ร่วมแล้ว กรรมสิทธิ์บ้านจะต้องเป็นของทั้งสองฝ่าย จะโอนให้ผู้อื่น หรือจะขาย ต้องได้รับการยินยอมจากผู้กู้ร่วมทุกราย แม้ว่า ผู้กู้หลัก จะเป็นผู้ผ่อนแต่เพียงผู้เดียว แต่ชื่อกรรมสิทธิ์เป็นของทั้งสองฝั่ง หากมีปัญหาต้องการกรรมสิทธิ์คืน อาจจะต้องฟ้องร้อง และต้องหาหลักฐานการผ่อน หรือการโอนเงิน ฝากเงินที่แสดงให้เห็นว่า ผู้กู้หลัก เป็นผู้ผ่อนแต่เพียงผู้เดียวจริงๆ แต่ก็ต้องใช้เวลาในการฟ้องร้องพอควร

สิทธิ์ในการหักลดหย่อนภาษี

ดอกเบี้ยบ้าน สามารถนำไปหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้ สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท หากการกู้นั้น เป็นการกู้ร่วม ดอกเบี้ยที่จะนำไปหักลดหย่อนภาษีได้นั้น ก็จะต้องถูกหารหัก แม้ว่า ผู้กู้หลักจะเป็นผู้ผ่อนแต่เพียงผู้เดียวก็ตาม เช่น ดอกเบี้ยบ้านปีภาษี 2560 เท่ากับ 80,000 บาท กู้ร่วมสองคน ก็หารสอง เท่ากับยื่นหักลดหน่อยดอกเบี้ยบ้านได้คนละ 40,000 บาทเท่านั้น

ดังนั้น ก่อนกู้ร่วม นอกจากรู้ข้อดีที่จะทำให้กู้ผ่านแล้ว ยังต้องรู้ข้อจำกัดในเรื่องอื่นๆ ที่จะตามมาด้วย

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

คอนโดเงินเหลือ Cash Back

ข่าวดีสำหรับคนเป็นหนี้ รับเงินเหลือ 2-500,000 บาท